วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การจำหน่ายพัสดุโดยการโอนให้วัด

   คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุได้ตอบข้อหารือเกี่ยวกับการโอนพัสดุ
ที่หมดความจำเป็นในการใช้งานให้กับวัดไว้ว่า
   ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 157 (3)
จะต้องโอนให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะ
เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสถานสาธารณกุศล
ตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรเท่านั้น หากหน่วยงานผู้โอน
พิจารณาได้ว่า วัดดังกล่าว เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา
47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร หน่วยงานก็สามารถโอนได้

ที่มา :  คู่มือข้อหารือการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบ
           สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ, 2556

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

อายุการใช้งานเพื่อการคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์(ประเภทครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง)

        
        กรมบัญชีกลาง ได้พิจารณาแก้ไขการกำหนดอายุการใช้งานสินทรัพย์ประเภทครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง  ซึ่งเดิมกำหนดให้มีอายุการใช้งาน อย่างต่ำ 5 ปี อย่างสูง 8 ปี  เปลี่ยนเป็นให้มีอายุการใช้งานอย่างต่ำ 5 ปี และอย่างสูง 30 ปี เพื่อให้หน่วยงานสามารถใช้ดุลยพินิจเลือกกำหนดอายุการใช้งานครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอากาศยานและเรือที่เห็นว่า มีอายุการใช้งานสูงได้อย่างเหมาะสม   โดยให้หน่วยงานใช้เกณฑ์อายุการใช้งานที่กำหนดใหม่นี้กับครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่งที่ได้มาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  
       สำหรับครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่งที่หน่วยงานได้มาก่อนหน้านี้และยังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับเกณฑ์อายุการใช้งานของกรมบัญชีกลางครัั้งนี้  ให้หน่วยงานสามารถพิจารณาปรับอายุการใช้งานเพิ่มขึ้นได้ตามความเหมาะสม  โดยถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี  ไม่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชีให้ใช้วิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป  และไม่ต้องทำการปรับปรุงบัญชีย้อนหลังสำหรับงวดก่อน ๆ ที่ได้ประมวลผลค่าเสื่อมราคาไปแล้ว

         ที่มา  หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0423.2/ว 284 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2555

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาด

      คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ได้กำหนดแนวทางและวิธีปฏิบัติเพิ่มเติม
ในการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535
ข้อ 157 (1)  ดังนี้
     1. ให้ส่วนราชการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ โดยถือปฏิบัติตามแนวทาง
การขายทอดตลาด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชบ์ มาตรา 509 -
มาตรา 517
     2. การประเมินราครทรัพย์สิน  ให้อาศัยหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
ในการประกอบการพิจารณา ดังนี้
         2.1 ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด หรือราคาท้องถิ่นของ
สภาพปัจจุบันพัสดุนั้น ณ เวลาที่จะทำการขาย และควรมีการเปรียบเทียบราคา
ตามความเหมาะสม
         2.2 ราคาตามลักษณะ ประเภท ชนิดของพัสดุ และอายุการใช้งาน
รวมทั้งสภาพ และสถานที่ตั้งของพัสดุ กรณีไม่มีจำหน่ายทั่วไป
     ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์
และให้คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการด้วย

ที่มา :  หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวพ) 0421.3/ว 257  ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2552

การบันทึกบัญชีครุภัณฑ์

     กรมบัญชีกลาง ได้เคยมีหนังสือเวียนเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีวัสดุหรือครุภัณฑ์
เมื่อวันที่ 13 กันยายน ซึ่งในหนังสือเวียนดังกล่าว ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการบันทึก
บัญชีครุภัณฑ์ไว้ ดังนี้
     1. ครุภัณฑ์ที่มีไม่ถึง 5,000 บาท ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายประเภท
ครุภัณฑ์มูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ และให้บันทึกรายละเอียดของครุภัณฑ์ดังกล่าว
ในทะเบียนคุมทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์ในการควบคุมรายการทรัพย์สิน
ของทางราชการ โดยไม่ต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาประจำปี
     2. ครุภัณฑ์มูลค่าตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป ให้บันทึกรับรู้ตามราคาทุน
เป็นรายการสินทรัพย์ถาวร ในบัญชีของหน่วยงาน โดยบันทึกรายละเอียด
ของครุภัณฑ์ในทะเบียนคุมทรัพย์สิน และให้คำนวณค่าเสื่อมราคาประจำปี


ที่มา :  หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0410.3/ว 48  ลงวันที่ 13 กันยายน 2549

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หน้าที่คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง และคณะกรรมการกำหนดราคากลาง (พัสดุเสื่อมสภาพ)

หน้าที่คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง 

           (ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 156)

          1.  ตรวจสอบสภาพพัสดุ ชำรุด เสื่อมสภาพ สูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการ
ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบการรับ-จ่ายพัสดุประจำปี รายงาน
          2.  พิจารณาว่าพัสดุแต่ละรายการที่ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือหากใช้ราชการต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก หรือสูญไปนั้น เห็นสมควรจำหน่ายหรือไม่ สาเหตุใด และต้องมี
ผู้รับผิดทางแพ่งหรือไม่ โดยสอบถามจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้พัสดุนั้น หรือตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้องมูลการซ่อมบำรุง เพื่อเสนอรายงานสรุปผลการสอบหาข้อเท็จจริง ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ และรายงานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคทราบ


หน้าที่คณะกรรมการกำหนดราคากลาง  (พัสดุเสื่อมสภาพ)        

         1.  ตรวจสอบสภาพพัสดุ โดยพิจารณาพัสดุแต่ละรายการว่าลักษณะสภาพชำรุด
มากน้อย พิจารณาจากข้อมูลอายุการใช้งานของพัสดุนั้น ค่าซ่อมบำรุง ค่าเสื่อมราคา หรือเทียบกับราคาท้องตลาด เพื่อกำหนดเป็นราคากลางให้เหมาะสม
         2.  สรุปรายงานผลการกำหนดราคากลางให้กับหัวหน้าส่วนราชการทราบ เพื่อดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 157(1) โดยการขายต่อไป




วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การตรวจสอบพัสดุประจำปี

การตรวจสอบพัสดุประจำปี
   
(ดำเนินการตามระเบียบพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่ม ข้อ 155 - 156)

        การตรวจสอบพัสดุประจำปี ระเบียบฯ ให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุในวันเปิด
ทำการวันแรกของเดือนตุลาคมเป็นต้นไป  และให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ทำการ นับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น  แล้วให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบ
ให้หัวหน้าส่วนราชการ และส่งสำเนารายงานไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค

       การตรวจสอบพัสดุประจำปี คือ การตรวจสอบรายการวัสดุ,  รายการวัสดุคงทนถาวรและรายการครุภัณฑ์ทั้งหมด  ซึ่งบางหน่วยงาน ไม่สามารถตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันได้  ฉะนั้น  หากหน่วยงานทราบปัญหา และหาวิธีในการตรวจสอบพัสดุ
สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ...แน่
        วิธีการตรวจสอบพัสดุ ให้แล้วเสร็จใน 30 วันทำการ
        1. วางแผนการตรวจสอบพัสดุ
             -  จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุ มากกว่า 3 คน หรือดูตามจำนวนปริมาณพัสดุมาก น้อย
            -  จัดเตรียมทะเบียนคุมพัสดุ  โดยการแยกทะเบียนคุมของแต่ละงาน หรือแต่ละห้อง เพื่อสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบ
            -  ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรในหน่วยงานทราบ เพื่อให้บุคลากร หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการตรวจสอบพัสดุ เช่น เจ้าหน้าที่ห้องทดลอง ซึ่งมีครุภัณฑ์
วิทยาศาสตร์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบพัสดุ
            -  วางแผนนัดคณะกรรมการฯ แบ่งหน้าที่กันเพื่อตรวจสอบ 
            -  ขณะที่ตรวจสอบฯ ให้เก็บข้อมูลว่าพัสดุใช้ห้องใด , ใครรับผิดชอบ
            -  พัสดุใดที่ชำรุดเสื่อมสภาพ  ให้จัดทำสติ๊กเกอร์ติดไว้ เพื่อรอการจำหน่าย
หรือนำพัสดุไปเก็บในที่ปลอดภัย / จัดพัสดุจำหน่ายแยกประเภทให้เป็นหมวดหมู่
            -  ตรวจสอบข้อมูลรายการพัสดุจำหน่ายในทะเบียนคุม และในระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์nudb ให้ถูกต้อง และกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มการจำหน่ายให้ละเอียด ให้
ถูกต้อง พร้อมลงชื่อคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุกำกับรายการจำหน่ายทุกแผ่น และ
เสนอรายงานผลการตรวจสอบพัสดุ ต่อหัวหน้าส่วนราชการ
        
        2.  หลังจากตรวจสอบพัสดุแล้ว พบว่ามีพัสดุชำรุดเสื่อมสภาพ ให้จัดเตรียมพัสดุไว้
เพื่อให้คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง เข้าตรวจสอบพัสดุที่เสื่อมสภาพ   เพื่อรอการจำหน่ายตามระเบียบพัสดุ ข้อ 157 ต่อไป

       ฉะนั้น.. การตรวจสอบพัสดุประจำปี สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่ระเบียบกำหนดได้ภายใน 30 วันทำการ ค่ะ
   
ที่มา.... หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร ๑๓๐๕/ว ๙๒๒๖  ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๒